Hotline

“Rain & Sun Protection Solution”

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับหลังคาผ้าใบแรงดึงสูง

Tension Fabric Structure มันต่างกับ Tent อย่างไร

Tension Fabric Structure เป็นชื่อเรียกอย่างเป็นทางการของหลังคาประเภทนี้ ภาษาไทยเข้าใจว่ายังไม่มีศัพท์บัญญัติไว้ บางคนจึง เรียกว่า “ผ้าใบแรงดึงสูง” เต็นท์ที่เราเห็นกันจนชินตานั้น มีใช้กันมานานแล้วครับ มันก็คือการเอาผ้าใบ มาคลุมบนโครงสร้าง ที่อาจจะ เป็นไม้ หรือโครงเหล็กก็แล้วแต่ รูปร่างของมันก็จะเป็นไปตามรูปร่างของโครงที่มันไปหุ้มอยู่ เพราะฉะนั้นเต็นท์จึงจำเป็นต้องมีแปมา รองรับทุก ๆ 1-3 เมตร เมื่อมีลมพัด ก็จะมีการเคลื่อนตัว มีผลทำให้ใยผ้าด้านในเกิดการเสียดสี และขาดเมื่อใช้งานไปนาน ๆ

ในโครงสร้างของผ้าใบ จะมีเส้นด้าย (Yarn) ทอยึดกันเป็นตาข่าย ซึ่งมันก็จะมีหน้าที่ในการรับ แรงดึง กรณีของเต็นท์ แรงดึงในผ้าใบจะมีน้อย ทำให้เส้นใยเสียดสีกันได้เมื่อเกิดลมพัด ตัวพลาสติกที่เคลือบบนผิวผ้าใบนั้น ไม่ได้มีส่วนในการรับแรงแต่อย่างใด ดังนั้นความหนาของ ผ้าใบจึงไม่ได้บ่งบอกถึงความแข็งแรงของผ้า


ส่วน Tension Fabric Structure นั้น ผ้าใบจะอยู่ได้ด้วยตัวของ มันเองโดยที่ไม่ต้องมีโครงมาคอยพยุง เนื่องจากรูปร่างของ หลังคาประเภทนี้มีรูปร่างที่โค้งกลับด้านกันอยู่ ทำให้ไม่มีจุดใด ๆ บนหลังคาที่มีลักษณะแบนราบ ลักษณะพื้นผิวแบบนี้จะรั้ง โครงสร้างของผ้าให้มีลักษณะแข็งเมื่อมีแรงดึง Tensile Structure จึงมีการเคลื่อนไหวที่น้อยมากเมื่อเกิดลดพัด


เนื่องจากข้อจำกัดว่าผิวผ้าต้องพลิกกลับด้านกัน มันจึงมีรูปร่างที่จำ กัด แต่กระนั้น เราก็สามรถใช้โครงเหล็กช่วยในจุดที่สำคัญ หรือเอา รูปร่างต่าง ๆ ที่มันทำได้มาประกอบเข้าด้วยกัน เกิดเป็น roof form ที่เราต้องการได้


เมื่อเกิดลมพัด Tension Fabric Structure จะ Balance load ด้วยตัว ของมันเอง เพื่อให้ทุกจุดบนผ้ากลับมาตึงเท่ากันหมด มันจึงใช้โครง สร้างเหล็กน้อยกว่า และมีราคาต่อตารางเมตรที่ถูกกว่าหลังคาแบบมี โครง (ถ้าออกแบบให้แข็งแรงดเท่ากัน)

Zen Tower
Zen Tower
Zen Tower

Translucent fabric used at Zen Tower Bangkok

Membrane Specification

We use only good quality tension membrane from Mehler Texnology in Germany. They have a very long proven record of drability.

Click below to download e-catalog.


Guide line for Tensile Structure (THAI)



Fabric Detail (ENG)